บอนไซเชอร์รี่ป่า | Wild Cherry (Prunus #9)

บทนำ

สำหรับต้นเชอร์รี่ป่านั้นมีชื่อเรียกอื่น ๆ อีก ดังต่อไปนี้
  • Prunus mahaleb (ชื่อทางวิทยาศาสตร์)
  • Mahaleb cherry
  • St Lucie cherry
  • Wild Cherry
เชอร์รี่ป่าเป็นพืชสายพันธุ์ของเชอร์รี่ มักปลูกไว้เพื่อทำเป็นเครื่องเทศ ปลูกโดยนำเมล็ดที่อยู่ในผลเชอร์รี่มาปลูก เมล็ดมีกลิ่นหอม มีรสชาติเหมือนอัลมอนด์ขม สายพันธุ์ Prunus mahaleb มีถิ่นกำเนิดในแถบเมดิเตอร์เรเนียน อิหร่านและบางส่วนของเอเชียกลาง มันอยู่ในแถบชนบทของตะวันตกเฉียงเหนือของยุโรป แต่มันจะมีลักษณะที่แตกต่างกันเนื่องจากสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน Prunus mahaleb เป็นต้นไม้ผลัดใบ มีรูปทรงพุ่มไม้ขนาดใหญ่ ลำต้นมีขนาดความสูงประมาณ 2-10 เมตร จากสถิติ อาจสูงถึง 12 เมตร ลำต้นมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 40 เซนติเมตร


คำอธิบายและนิเวศวิทยา

เปลือกของต้นไม้เป็นสีเทา-น้ำตาล สามารถเห็น lenticels* อย่างเห็นได้ชัดเจนและมีร่องตื้น ๆ บนลำต้นที่มีอายุมาก ใบมีขนาด 1.5-5 เซนติเมตร ยาว 1-4 เซนติเมตร ใบเรียงสลับกัน ขอบใบหยัก บนใบมีลายเส้น ผิวเกลี้ยงและมีสีเขียว ดอกมีกลิ่นหอม สีขาวบริสุทธิ์ มีขนาดเล็ก 8-20 มิลลิเมตร เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 8-15 มม. ดอกถูกผสมเกสรได้โดยผึ้ง ผลมีขนาดเล็ก มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 10 มม. เริ่มแรกผลจะมีสีเขียว แล้วจะมีสีแดง ม่วง และสีดำเมื่อสุก ผลสุกในช่วงปลายฤดูร้อน

*Lenticel เป็นโครงสร้างที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนแกสบริเวณลำต้น

Prunus mahaleb เจริญเติบโตในป่าเปิดบนเนินเขาแห้งในยุโรปกลาง เจริญเติบโตที่ระดับความสูง 1,200-2,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล


การเพาะปลูกและการใช้ประโยชน์

พืชชนิดนี้ปลูกได้โดยใช้เมล็ดที่อยู่ในผลเชอร์รี่

ผลเชอร์รี่มีกลิ่นหอมและมีรสชาติเหมือนอัลมอนด์ขม ใช้ปรุงอาหารหวาน(ของหวาน) เนื้อไม้มีความแข็งแรง มันถูกนำมาใช้ทำตู้ เปลือกไม้มีส่วนผสมของยา

ห่างจากตัวเมืองจะมีสายพันธุ์ที่มีกลิ่นหอมมาก


เกี่ยวกับบอนไซ Prunus mahaleb

เป็นต้นเชอร์รี่ป่าที่มีอายุมากกว่า 50 ปีแล้ว  ซึ่งนำมาจากประเทศฝรั่งเศษในปี 2003 ทำการเปลี่ยนกระถางโดย John Pitt

 ได้มาตอนแรก ยังไม่สามารถตัดรากทันที เนื่องจากต้องให้ต้นไม้พักฟื้นเสียก่อน


บนลำต้น ส่วนใหญ๋เป็นไม้ตายซาก
ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับไม้ตายซากได้ที่บทความ "เทคนิคการทำไม้ตายซาก"

กระถางบอนไซ
ดูการทำกระถางบอนไซได้ที่บทความ "การทำกระถางบอนไซ"

ต้นไม้แตกใบใหม่ออกมาแล้ว
บริเวณโคนต้นจะเห็นมอสเขียวอยู่ อันนั้นเป็นการตกแต่งโดยใช้คอมพิวเตอร์ เพื่อดูว่ามันเหมาะไหม?

อันนี้เป็นบอนไซที่เปลี่ยนกระถางแล้ว
(มอสเขียวเป็นการแต่งภาพขึ้น)

บอนไซเชอร์รี่ป่าแตกใบออกมาแล้ว ดูแข็งแรงดี
(มอสเขียวเป็นการแต่งภาพขึ้น)

บอนไซออกดอกด้วย แต่ดอกมีขนาดเล็ก สีขาว จึงอาจมองไม่ค่อยชัด
(สภาพโคนต้นไม้ที่แท้จริง ยังไม่มีมอสเขียว)

อีกภาพ สำหรับบอนไซเชอร์รี่ป่า
(สภาพโคนต้นไม้ที่แท้จริง ยังไม่มีมอสเขียว)




การปลูกบอนไซต้องใช้เวลานาน ค่อยเป็นค่อยไป จะรีบร้อนเปลี่ยนกระถางไม่ค่อยได้ เพราะจะทำให้ต้นไม้ปรับตัวไม่ทันและต้นไม้ก็จะตายไปในที่สุด


บรรณานุกรม

1. Walter Pall. (2558). Prunus #9. ค้นข้อมูล วันที่  6 มกราคม 2558. จาก http://walter-pall-bonsai.blogspot.com/2015/01/prunus-9.html
2. Wikipedia. (2557). Prunus mahaleb. ค้นข้อมูล วันที่ 6 มกราคม 2558. จาก https://en.wikipedia.org/wiki/Prunus_mahaleb