การเปลี่ยนกระถางบอนไซ | How to Repotting Bonsai

รูปที่ 1 รากบอนไซที่เจริญเติบโตเต็มกระถาง
(Marion Godfrey, 2007)
ปุ๋ยหมักสำหรับบอนไซ
ปุ๋ยหมักที่ดีเป็นสิ่งที่จำเป็น มันจะช่วยให้บอนไซมีสุขภาพแข็งแรง โดยทั่วไปมักจะผสมปุ๋ยหมักเข้ากับดิน โดยใช้ปุ๋ยหมักประมาณ 10 % บอนไซบางชนิดเจริญเติบโตได้ดีในดินที่มีกรดเล็กน้อย

ทำไมต้องเปลี่ยนกระถางบอนไซ
การเปลี่ยนกระถางบอนไซเป็นสิ่งที่มีความจำเป็น ซึ่งบ่อยครั้งผู้เลี้ยงบอนไซละเลยไป การเลือกกระถางบอนไซควรเลือกให้เข้ากับขนาดและสไตน์ของบอนไซ

เมื่อเลี้ยงบอนไซไปได้ 2-3 ปี สารอาหารที่อยู่ในดินจะลดลง  และเนื่องจากดินที่ใช้ปลูกบอนไซมีปริมาณไม่มาก เวลาผ่านไป รากบอนไซจะเยอะขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้เหลือที่ให้ดินน้อยลง (ดังรูปที่ 1) ดังนั้นการเปลี่ยนกระถางจึงเป็นทั้งการเปลี่ยนดินและการเพิ่มปริมาณดินด้วย


ขั้นตอนการเปลี่ยนกระถางบอนไซ

รูปที่ 2 รูปเครื่องมือสำหรับบอนไซ
เครื่องมือที่สำคัญที่ใช้ในการเปลี่ยนกระถางได้แสดงในรูปด้านล่าง ในการเปลี่ยนกระถาอาจต้องใช้เครื่องมืออื่น ๆ อีก

รูปที่ 3 รูปต้นบอนไซที่นำมาเปลี่ยนกระถาง
บอนไซที่จะนำมาแสดงวิธีการเปลี่ยนกระถาง เป็นบอนไซเมเปิลญี่ปุ่น (Japanese Maple) มีเครื่องมือต่าง ๆ พร้อมกระถางที่แสดงไว้ในรูปที่ 3

รูปที่ 4 รูปกระถางบอนไซ
สิ่งสำคัญในการเลือกกระถางคือ ขนาดที่เหมาะสมกับบอนไซ

ข้อสำคัญอีกอย่างในการเป็นกระถางบอนไซที่ดี คือ มีรูระบายน้ำที่เพียงพอ ซึ่งจะช่วยให้รากบอนไซไม่เน่า ไม่ควรปิดรูระบายน้ำโดยใช้เศษกระถางดินเผาหรือใช้หิน (ซึ่งเป็นวิธีของต้นไม้ทั่วไป) สำหรับบอนไซแล้ว ควรใช้ตาข่ายพลาสติกและใช้ลวดรัดตาข่ายไว้

รูปที่ 5 ตัดตาข่ายพลาสติก
ตาข่ายควรจะมีตาที่ถี่มากพอที่จะป้องกันดินเม็ดใหญ่ไม่ให้ไหลออกกระถาง

รูปที่ 6 ลวดสำหรับยึดตาข่ายพลาสติก
ลวดที่นำมาใช้รัดตาข่าย ควรเป็นลวดที่ทนทานต่อการเกิดสนิม

รูปที่ 7 วิธีการติดลวดเข้ากับตาข่าย
โค้งลวดให้เป็นรูปตัว U โดยที่ปลายทั้งสองมีความห่างพอดีกับรูระบายน้ำ

รูปที่ 8 วิธีการติดตาข่ายเข้ากับกระถาง
นำปลายลวดทั้งสองมาสอดใส่รูระบายน้ำ และงอลวดเพื่อรัดไม่ให้ตาข่ายหลุดออกจากกระถาง

รูปที่ 9 กระถางที่ติดตาข่าย
รูปที่ 9 และ 10 เป็นรูปที่กระถสงถูกติดตาข่ายเรียบร้อยแล้ว

รูปที่ 10 กระถางที่ติดตาข่าย

รูปที่ 11 หากดินแห้งพอ จะยกบอนไซขึ้นได้อย่างง่ายดาย
นำบอนไซออกจากกระถางเดิม
เนื่องจากรากที่เจริญเติบโตเยอะ มันจึงกลายเป็นก้อนรากตามรูปทรงกระถาง เทคนิคที่มักใช้ คือ หยุดการรดน้ำบอนไซสักระยะสั้น ๆ จนกระทั้งดินแห้ง จับที่โคนต้นแล้วยกขึ้น หากดินแห้งพอ ต้นบอนไซจะหลุดออกมาอย่างง่ายดาย

ข้อควรระวัง : อาจไม่ต้องหยุดรดน้ำเป็นเวลานาน หยุดรดพอที่จะให้ดึงบอนไซออกง่าย ๆ ก็พอ

รูปที่ 12 ขูดดินชั้นระบายน้ำออก
ด้านล่างของต้นบอนไซเป็นชั้นดินสำหรับระบายน้ำ ใช้มือขูดดินส่วนนี้ออก

รูปที่ 13 ขูดดินออกจากราก
ทำการขูดดินออกจากราก โดยใช้ไม้ ควรระวัง ไม่ให้รากใหญ่เกิดความเสียหาย

รูปที่ 14 ทำให้รากไม่พันกัน
เครื่องมือที่มีลักษณะ 4 ง่ามอันนี้ จะช่วยให้รากที่พันกันหลุดออกจากกัน พร้อมทั้งเซาะดินออกจากราก

ในการเซาะดินออก มีข้อดีอีกอย่างคือ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีเหล่าแมลงหรือมดที่มาทำรังอยู่ในราก ซึ่งปัญหาเหล่านั้นอาจทำให้บอนไซเสียหายได้

รูปที่ 15 รากบอนไซที่ถูกเซาะดินออก

รูปที่ 16 การตัดรากบอนไซ
ตัดรากเล็ก ๆ ทิ้งไป สำหรับการตัดรากนั้น จะมีหลักการตัดที่แนะนำ ซึ่งน่าเสียดายที่ไม่ได้เขียนไว้ ณ บทความนี้

รูปที่ 17 รากที่ถูกตัด

รูปที่ 18 คัดขนาดดิน
ทำการคัดกรองขนาดเม็ดดิน โดยให้เม็ดดินขนาดใหญ่อยู่ด้านล่างของกระถาง ทำหน้าที่เป็นชั้นระบายน้ำ

รูปที่ 19 ดินชั้นระบายน้ำ
ทำการเทดินเม็ดใหญ่ลงในชั้นล่าง ๆ จากนั้นจึงทำต้นบอนไซมาวาง จัดตำแหน่งบอนไซให้เหมาะสมกับสไตน์ที่ต้องการ

รูปที่ 20 นำบอนไซไปวางไว้กับกระถางใหม่

รูปที่ 21 เติมดินใส่ในกระถาง
เมื่อจัดตำแหน่งเรียบร้อยแล้ว ก็นำดินมาใส่ช่องว่างรอบ ๆ (ดังรูปที่ 21) จากนั้นใช้ไม้เล็ก ๆ เกลี่ยดินให้เข้าไปในร่องราก (ดังรูปที่ 22) ไม่ควรให้มีช่องว่างระหว่างดินและราก

รูปที่ 22

รูปที่ 23 เกลี่ยดินให้สวยงาม

บรรณานุกรม

Marion Godfrey . (2007). BONSAI, A Step-By-Step Guide (). Paris.